บทที่ 10 บทที่10
“คุณผู้หญิงไม่ต้องทำก็ได้ค่ะ”
“ได้ไง ให้ฉันช่วยเธอเถอะ อยู่บ้านก็ไม่รู้จะทำอะไร”
“แต่ตอนนี้คุณเป็นเมียคุณชายใหญ่ เป็นเจ้าของบ้าน มันไม่เหมาะสมที่จะมาช่วยแม่บ้านเช็ดถูนะคะ”
สาวใช้ที่นับถือซิงเหยียนก็ยังไม่อยากให้ทำ แต่บางคนที่อยู่กับคุณนายหลี่ดันมองว่าร่างเล็กเข้ามายุ่งแถมยังเบ้ปากใส่ แต่หญิงสาวชินแล้วและไม่อยากจะมีปากเสียงกับแม่สามี ทว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด หลี่น่าเดินเข้ามา พร้อมสายตาเหยียดหยัน
“หากเธอว่างนัก ก็รู้จักออกไปทำงานบ้างสิ หรือคิดว่าที่มีอยู่ไม่ต้องทำมาหากิน คิดจะเอาเปรียบลูกชายฉันเหรอ ตงฉินกับตงหยางมีหุ้นน้อยกว่าเธอ แต่ก็ยังออกไปทำงาน โธ่ๆ น่าสงสาร”
การประชดของหลี่น่าพร้อมสายตาที่บ่งบอกว่าเธอเกลียดซิงเหยียนเข้าไส้ ส่วนหญิงสาวไม่รู้จะโต้ตอบอะไร ทำได้อย่างเดียวคือเงียบ ไม่ใช่ว่าคนที่เด็กกว่าไม่อยากตอบกลับเพียงแต่ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวเท่านั้น
ตลอดทั้งวัน ซิงเหยียนคิดถึงคำพูดของหลี่น่า คุณปู่แบ่งหุ้นให้เธอมากว่าสองแม่ลูกจริง ขนาดตงหยางที่เป็นประธานก็ยังน้อยกว่า ทว่าหญิงสาวเป็นภรรยาเขา หุ้นผัวเมียรวมกันก็มากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว
เมื่อความคิดเกิดขึ้น สิ่งแรกที่คิดได้คือโทร.หาเพื่อนสนิท ซูซ่านน่าจะเป็นที่พึ่งในยามทุกข์ใจของเธอได้
โทรศัพท์
(อะไรนะ เธออยากทำงานงั้นเหรอ)
เสียงปลายสายโพล่งออกมา ที่มันน่าตกใจก็เพราะ งานที่ขอทำมันอยู่ที่บริษัทเพื่อนสาว
“ฉันไม่อยากอยู่บ้าน อยู่ไปก็ต้องเจอกับแม่สามีที่เกลียดขี้หน้าฉัน ซูเธอมีงานที่บริษัทให้ทำไหมตำแหน่งอะไรก็ได้”
(งานที่บริษัทพ่อฉันมีไม่เยอะ ทำไมเธอไม่ปรึกษากู้ตงหยางล่ะ เขาเป็นประธารบริษัทกู้ อีกอย่างน่าจะมีงานให้เธอทำอยู่แล้ว)
“ฉันไม่อยากรบกวนเขา แค่จะคุยกันเขายังไม่อยากคุยกับฉันเลย”
(นี่เธอเป็นผัวเมียแบบไหนเนี่ย)
ซิงเหยียนเงียบ ความเงียบทำเอาเพื่อนอย่างซูซ่านต้องเอ่ยขึ้นอีก
(แล้วพี่ฉินล่ะ เขาน่าจะช่วยเธอได้นะ โรงแรมตระกูลกู้มีตั้งหลายสาขา ฉันว่างานต้องมีแน่นอน)
แค่เพื่อนเอ่ยชื่อน้องชายสามี ทำให้ซิงเหยียนฉุกคิดขึ้นมาได้ ตงหยางไม่อยากให้เธอใกล้ชิดกับพี่ฉินเหมือนก่อน แค่เห็นสายตาเขาก็พอรู้
“ไม่เอา เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่ ฉันว่าทำที่อื่นน่าจะง่ายกว่า”
(งั้นฉันถามพี่ชายให้นะ เผื่อโรง’ บาลเรามีตำแหน่งให้เธอทำ)
หลังจากที่วางสายไปแล้ว ซิงเหยียนก็ลอบถอนหายใจ การที่ได้ออกไปทำงานนอกบ้านน่าจะดีกว่าที่ต้องมานั่งรับฟังเสียงประชดประชันแบบนี้
ค่ำของวันนั้น
ร่างเล็กนั่งรอชายหนุ่มอยู่ภายในห้อง วันนี้เธออยากจะบอกเขาเรื่องที่ต้องการไปทำงาน ไม่อยากจะให้ตงหยางต้องมาว่าทีหลัง เวลาผ่านไปราวสองทุ่ม ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาก็ยังมาไม่ถึงตัวบ้าน ทำเอาซิงเหยียนต้องล้มตัวนอนแล้วเผลอหลับไปในที่สุด
แอ๊ด
เสียงเปิดประตูพร้อมแทรกร่างเข้ามาในห้อง ภายในห้องที่ถูกเปิดไฟไว้จนสว่าง แต่ร่างของซิงเหยียน นอนขดตัวอยู่ที่โซฟาตัวเมื่อคืน
ตงหยางสาวเท้าไปที่โซฟาตัวนั้น เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร แต่สิ่งที่ทำคือช้อนร่างของซิงเหยียนขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว จนคนที่หลับใหลลืมตาตื่นขึ้นด้วยความตกใจ
“พี่หยาง พี่ทำอะไร”
“หน้าที่เธอคือทำอะไร”
“พี่ดื่มเหล้ามาเหรอ”
เขาไม่พูดต่อแต่พาซิงเหยียนมาที่เตียงนอนแล้ววางเธอลง ไม่รอช้าก็แนบริมฝีปากหยักได้รูปครอบครองเรียวปากของเธอ
ฮึก
ดูเหมือนจะไม่ทันได้เตรียมตัว ก็โดนตงหยางไล่บี้จนแทบจะหมดห้วงลมหายใจ กลิ่นเหล้าวิสกี้ราคาแพงยังคละคลุ้งอยู่ในช่องปาก ทุกครั้งที่เขาอ้างับริมฝีปากเธอ มือเล็กจึงรวบรวมเรี่ยวแรงที่มี แล้วดันแผงอกแกร่งของสามีให้ถอยร่นออกไป เมื่อหลุดพ้นก็จ้องมองดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ว่างเปล่า
“พี่จะไม่อาบน้ำก่อนหรือไง”
“ไม่จำเป็น!”
เมื่อคืนก่อนไล่ซิงเหยียนไปนอนที่โซฟา แต่พออยากได้ตัวเธอขึ้นมาก็อุ้มไปที่เตียงนอน ทำเหมือนกับว่าหญิงสาวเป็นแค่เรื่องระบายอารมณ์ของเขา ไม่ได้มีความรู้สึกรักชอบใดๆ
ใบหน้าหล่อซุกลงที่ซอกคออีกครั้ง พรมจูบไปทุกสัดส่วน ก่อนที่มือซุกซนจนสอดเข้าไปในเนื้อสาว ชวนพาสยิวร่างอยู่เป็นนิจ
“พี่หยาง”
เสียงเรียกกระเส่า เธอรับรู้ได้ร่างกายมันสั่นเทิ้มด้วยแรงเสน่หาที่เขามอบให้ เพียงแค่ริมฝีปากกดจูบลงที่เนื้อขาวก็ทำเอาตัวสั่นระริกแล้ว
ขณะที่จูบลูบคลำเนื้อนวล เจ้าของร่างสูงก็รีบถอดเสื้อผ้าไปด้วยความทุลักทุเล แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ผล ในที่สุดเสื้อผ้าของเขาก็กองลงไปอยู่ที่พื้นโดยง่าย
“ดะเดี๋ยวก่อนสิ”
พยายามห้ามด้วยเสียงที่สั่นเครือ เสียงหอบหายใจกระเส่าบ่งบอกอารมณ์ที่แล่นอยู่ในร่าง ส่วนชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อคนนั้นก็เอาแต่ซุกหน้าลงที่เนินอกของเธอ ยิ่งทำให้ซิงเหยียนต้องอดกลั้นอารมณ์วาบหวามนี้
“ฮึบ ฮือ”
เสียงคำรามออกมาแค่เล็กน้อยในลำคอระหง เมื่อถูกอีกฝ่ายจู่โจมจนแทบหายใจติดขัด พร้อมทั้งชุดนอนทรงกระโปรงพลิ้วก็ถูกเขาถลกขึ้นสูงจนเผยให้เห็นขาขาวๆ แค่นั้นก็ไม่มีแรงต้านทานแล้ว
วินาทีที่ชุดชั้นในหลุดออกจากร่างบอบบางก็ทำเอารู้สึกเย็นวาบเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความแข็งขืนที่แนบอยู่บนหน้าท้องของเธอ แม้มันจะยังไม่ชินเท่าไรนัก แต่จะทำอย่างไรได้ก็เธอกับเขาเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
พวงแก้มสีหวานเห่อร้อนขึ้น เมื่อจุดสัมผัสอ่อนนุ่มกำลังจะมีของแข็งที่สอดแทรกเข้าไป ซิงเหยียนเม้มปากแน่นขนัด ดวงตาคู่สวยก็เสหลบไปทางอื่น ปล่อยคนร่างสูงกระทำตามอำเภอใจ
“อ๊ะ”
สิ่งแปลกปลอมถูกแทรกลึกเข้าไปในกายเธอ เสียงหวางเล็ดลอดออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะจิกเล็บลงที่ท่อนแขนแกร่งแล้วเม้มปากแน่นขึ้น
ความรู้สึกโอ้โลมเกิดขึ้น เมื่อร่างสูงขยับเคลื่อนไหว ร่างกายที่ไม่รักดีก็แอ่นรับอย่างหักห้ามไม่ได้
วินาทีนั้นในหัวก็เผลอคิด อยากจะเอ่ยปากถามขณะที่ตงหยางสุขสมอยู่กับร่างกายของตน ว่าเขารักเธอบ้างหรือเปล่า แต่ก็ต้องเก็บมันไว้เพราะกลัวคำตอบที่ได้จะทำเอาหญิงสาวต้องเจ็บช้ำน้ำใจเสียเปล่าๆ
“ดีมากซิงเหยียน อึก”
น้ำเสียงแห้งผากเมื่อเอวหนาสวนเข้าออก ทว่าร่างกายก็ดันตอบรับเขาทุกเมื่อ ทำเอาตงหยางต้องโน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหู
สัมผัสอันแสนพิเศษสำหรับซิงเหยียนมันเกินคำว่าความสุข ใช่...หากจะบอกว่ารักเขาก็คงไม่ผิด แต่ที่ผิดคือเธอรักตงหยางข้างเดียว!
